Ads in trend
ในฐานะที่...อาจจะไม่ได้มาอัพอีกนานเช่นเดิม (ช่วงนี้งานรัดตัวจริงวุ้ย) พอดีจะมีมาอีกโปรเจคแล้วค่ะ และก็คิดว่า คงจะไม่ค่อยได้เข้า มาอัพเช่นเดิม งั้นวันนี้ก็จะรีบๆอัพมันซะเลย

ต้องขอบคุณ โฆษณาไทยดีๆ ที่ทำให้สามารถเอามาอัพในวันนี้ได้ด้วย (ไม่งั้นก็คงไม่รู้จะอัพอะไร)


เอาล่ะ พูดไปแล้วในพารากราฟข้างบน เพราะงั้น เราจะไม่พูดพล่ามทำเพลงกันมาก เรื่องของเรื่องที่จะพูดในวันนี้ก็คือ เรื่องของโฆษณา


ช่วงที่ผ่านมานี้ ได้ดูโฆษณาอยู่ 2 ตัวในทีวี เป็นโฆษณาที่ดูแล้วรู้สึกสะเทือนใจนิดๆ และจุกขึ้นมาในลำคอหน่อยๆ...

อันแรก เป็นโฆษณาของ CAT CDMA (อะไรประมาณนี้) ที่มีผู้ชายคนนึงมาพูดว่า จะดีแค่ไหน ถ้า...ไม่...แล้วภาพที่เป็นแบ็ค กราวน์ก็เป็นภาพคนกำลังทำกิจกรรมทะเลาะกันต่างๆนาๆ

ได้ดูครั้งแรก แบบว่า โดน..โดนมากๆเลย มันจริงเลยกับสังคมทุกวันนี้ แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย คนก็ทะเลาะกัน จะฆ่ากันอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว มันจะดีแค่ไหน ถ้า ไม่ทะเลาะ ไม่แย่งชิง ไม่ ฯลฯ (จำไม่ได้ว่าไม่อะไรบ้าง)

เราอยากให้สังคมเรามีแต่ความเข้าใจกันอ่ะ มีเรื่องอะไรเราก็พูดคุยกันด้วยเหตุผล เราเกลียดการทะเลาะนะ เกลียดที่สุดเลย เพราะการทะเลาะกันมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย แถมบางครั้ง ยังทำให้เกิดแผลในใจขึ้นอีก

ก็เหมือนที่ในโฆษณามันบอกนั่นแหละ ถ้าทุกอย่าง ชัดเจน ปัญหาการทะเลาะ และปัญหาต่างๆมันก็จะไม่เกิดตามมา มีอะไรพูดกันให้เคลียร์ๆไป เลย ถ้าไม่ชอบหน้ากัน ก็บอกเหุตผลมาเลยว่าทำไม หรือเราไปทำอะไรให้ไม่พอใจ ก็พูดมาตรงๆเลย อะไรประมาณนี้น่ะ

จบไป 1 โฆษณา


ทีนี้ก็มาถึงอีกโฆษณานึง ที่เพิ่งจะออกมาทีหลังอันแรก แต่พอได้ดูแล้ว อันนี้มันโดนยิ่งกว่าซะอีก

ตัวนี้เป็นโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตบริษัทหนึ่ง (ทีแรกเห็นสีแดงๆ คิดว่าเป็นของค่ายมือถือ "มีความสุข" น่ะ อิอิ) ที่เอาลูกโป่งสีแดง มาแทนความฝันของคนแต่ละคน...

ดูทีแรก อันนี้ก็อย่างที่บอก มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ตรงลำคอ เพราะ นี่แหละ ตรงกับชีวิตจริงของเราเลย (และคงจะตรงกับอีกหลายๆคน)

เราทุกคนมีฝัน และต่างก็ถือมันไว้อยู่ในมือ บางคนอาจมีฝันเดียว แต่บางคนก็อาจจะมีหลายฝัน..

สำหรับตัวเรา ก็ยอมรับว่าตอนนี้ มีฝันอยู่ในมือตั้งมากมาย...การแบก(ถือ) ความฝัน สำหรับเรา มันเหนื่อย...เหนื่อยมาก และการที่ จะไปให้ถึงฝันแต่ละฝัน ดูเหมือนว่าต้องใช้เวลามากมาย จนบางครั้ง...

เราก็ต้องยอมทิ้งความฝันบางอย่างปล่อยให้มันหลุดมือไปบ้าง (จริงๆของเราหลายอย่างเลยที่ต้องปล่อยมันไป) หรือต้องยอมทิ้งความฝันของ เรา เพื่อประคองความฝัน(ความรู้สึก)ของคนใกล้ตัว(ในที่นี้ ของเราก็คือ ครอบครัว พ่อแม่)

และกับบางฝัน ที่เหมือนมันอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อม แต่พอจะเอื้อมจะไขว่คว้ายังไง มันก็ไม่ถึงซะที จนมันทำให้เราเหนื่อยล้าที่จะพยายามเอื้อมไปถึง มัน...ยิ่งการที่เราต้องเป็นคนไขว่คว้าเอง(ไม่มีคนคอยช่วย)ด้วยแล้วมันยิ่งเหนื่อย จนอยากจะล้มเลิกความฝันนั้นไปซะเลย (ก็ถือว่าปล่อย ให้มันหลุดลอยไปอีกนั่นแหละ)


พอดูแล้วก็สะท้อนใจตัวเอง แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาอีกแล้ว...


และเรื่องราวในวันนี้...ก็ถูกตัดจบแค่นี้แหละ...

ไปล่ะ ไว้เจอกัน..

bbL®2008
Posted on Wed 14 May 2008 16:39

มาอีกรอบแล้วค่ะ
goldenfishbobb.diaryclub.com   
Fri 16 May 2008 0:34 [7]

ไว้เบบี๋มาหาเจ๊ ที่ปีนังละกันนะ ใกล้ดี 55555

อ้อ เจ๊เก็บเบอร์หนูไว้ละ ย้ายไปอยู่ปีนังคงได้ไปหาดใหญ่บ่อยๆแน่ๆเลย
thestoryofus.diaryclub.com   
Thu 15 May 2008 11:38 [6]

แบกความฝัน บางทีมันก็ดูหนักจิงๆ เวลาคิดถึง เอาเป็นว่าความฝันไหนที่เราอยากทำให้ได้ ขอให้พยายามต่อไปนะคะ สาวเองก็จะเหมือนกันค่ะ

ปล. ยังไม่ได้เล่มที่บอกเลยเดี๋ยวจาไปซื้อมาอ่านด้วค่ะ
kessao.diaryclub.com   
Thu 15 May 2008 10:51 [5]

คนเราต่างก็มีฝันกันทุกคนเน๊าะ

ยายเองก็มีค่ะ ไม่รุ๊ว่าเมื่อไหร่ฝันั้นจะเป็นจริงซะที

อย่าร้องไห้เลยนะคะ
nasa.diaryclub.com   
Thu 15 May 2008 6:21 [4]

เมื่อกี้มาเมนท์ไม่ติดอ่ะ ทำไมน้า
littlebud.diaryclub.com   
Wed 14 May 2008 22:27 [3]

เคยดูคอนเสิร์ตเจนิเฟอร์ คิ้ม
.
.
"ความฝัน มันมหัศจรรย์ ตรงที่ เราคนเดียวที่มองเห็นมัน"
goldenfishbobb.diaryclub.com   
Wed 14 May 2008 17:35 [2]

เจิมมมมมมส์
bbL@6733   
Wed 14 May 2008 16:40 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< May >>

S

M

T

W

T

F

S

27 

28 

29 

30 

2 

8 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>